- จากนั้นเดินข้างทางรถไฟมาฝั่งตรงข้าม ชมพระปรางค์สามยอด
สร้างด้วยศิลาแลงเรียงต่อกันโดยมีฉนวนทางเดิน เชื่อมระหว่างกัน
อายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18
นับเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองลพบุรี
-
นมัสการพระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปนาคปรกศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดเชิงท่า
เดิมชื่อ วัดท่าเกวียน
โดยมีอายุกว่าสามร้อยปีโบราณสถานภายในวัดเชิงท่าสร้างขึ้นในสองสมัยคือ
สมัยอยุธยาตอนปลาย และสมัยรัตนโกสินทร์ นับว่าทรงคุณค่าในระดับชาติ เช่น พระอุโบสถ
พระเจดีย์ หอระฆัง ตึกทรงเก๋งจีน วัดเชิงท่าได้สร้างพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์
เพื่อเป็นที่รวบรวมและจัดแสดง ศิลปะโบราณวัตถุ อันทรงคุณค่าทางพุทธศาสนาศิลปกรรม
ประวัติศาสตร์ วัดเสาธงทอง นมัสการ หลวงพ่อโตประดิษฐานในวิหารหลวง
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นฝีมือช่างกรุง ศรีอยุธยา หน้าตักกว้าง ๓ วา สูง ๔ วา
๒ ศอก
เป็นพระพุทธรูปที่งดงามองค์หนึ่งและมีขนาด ใหญ่โตเมื่อเทียบกับวิหาร
ชาวบ้านจึงพากันขนานนามว่า หลวงพ่อโต เป็นที่นับถือของชาวเมือง ลพบุรี
จึงนับได้ว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองลพบุรี
อาหารมื้อกลางวันกับร้านอร่อยของเมืองลพบุรีที่สามารถหาทานได้้ทุกมุม อย่างเช่น
ร้านไทยสว่างเมนูอาหารไทย-เวียดนาม หรือ อาหารไทยรสเยี่ยม ร้านอาหารมัดหมี่หรือ
จะเลือกสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติกลางสวนที่สวนอาหารบัวหลวง
| พระนารายณ์ราชนิเวศน์
หรือที่ชาวลพบุรีเรียกว่า"วังนารายณ์" สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2209
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยทรงสร้างเมืองลพบุรีให้สวยงาม มั่นคงแข็งแรง
เสมือนราชธานีแห่งที่สอง พระองค์ทรงโปรดพระราชวังแห่งนี้มาก
ตามประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าในปีหนึ่ง ๆ
พระองค์เสด็จมาประทับอยู่ที่เมืองลพบุรีถึง 8-9 เดือน ปัจจุบันนี้
พระนารายราชนิเวศน์ได้เหลือร่องรอยความงดงามของอาคารไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม
โดยภายในเขตพระราชฐานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน มีอาคารและสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ
ดังนี้ |

|
|
1. พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ เป็นเขตพระราชฐานชั้นใน
เป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2231
ปัจจุบันเหลือร่องรอยน้อยกว่าพระที่นั่งอื่น ๆ
เพราะในสมัยต้นรัตนโกสินทร์มีการรื้อพระที่นั่งองค์นี้เพื่อเอาอิฐไปสร้างวัดสระเกศ |
| 2. พระที่นั่งจันทรพิศาล เป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชใช้ในการออกว่าราชการ
แต่หลังรัชสมัยของพระองค์ พระที่นั่งแห่งนี้ได้ถูกทอดทิ้งจนชำรุดปรักหักพัง
ส่วนอาคารที่เห็นในปัจจุบันเป็นอาคารที่ได้มีการซ่อมแซมบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในปี 2399 |
 |
| 3.
พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญมหาปราสาท เป็นพระที่นั่งท้องพระโรงสำหรับสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จออกต้อนรับคณะทูตานุทูตจากต่างประเทศ
องค์พระที่นั่งนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ
ส่วนหน้าเป็นมุขยื่นออกมาใช้เป็นท้องพระโรง
ชาวฝรั่งเศสได้บันทึกถึงความโอ่อ่าของท้องพระโรงนี้ว่าฝาผนังประดับด้วยกระจกเงาซื้อมาจากฝรั่งเศส
ส่วนเพดานนั้นประดับด้วยไม้แกะสลักปิดทองประดับกระจก
และส่วนหลังของพระที่นั่งเป็นห้องสี่เหลี่ยม ซึ่งแต่เดิมมีหลังคาทรงมณฑปยกพื้นสูง 2
ชั้น
เจาะผนังด้านหน้าให้เป็นสีหบัญชรเพื่อให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชปรากฏพระองค์ต่อผู้คอยเฝ้าอยู่ในท้องพระโรง |
| 4.
หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ
สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นลักษณะคล้ายหมู่พระมณเฑียร
คือมีพื้นที่ใช้สอยประโยชน์ทุกอย่างอยู่ภายใน คือ ห้องบรรทม ท้องพระโรง
ห้องเสวยพระกระยาหาร ห้องทรงพระอักษร ห้องเก็บอาวุธ
แบบของสถาปัตยกรรมของหมู่พระที่นั่งองค์นี้เป็นแบบตะวันตก
แต่หลังคามุงกระเบื้องกาบูแบบจีน |
| 5. ตึกพระประเทียบ เป็นอีกตึกหนึ่งที่สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีทั้งหมดแปดหลัง เรียงเป็นสองแถวหลังหมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ
เป็นเขตพระราชฐานชั้นในของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ใช้เป็นที่พักของข้าราชการฝ่ายในผู้ตามเสด็จ |
| 6.
ตึกสิบสองท้องพระคลัง เป็นอาคารลักษณะคล้ายโรงเก็บของ
คือมีหน้าต่างน้อยและเป็นตึกแถวยาวสร้างเรียงชิดติดกันมีถนนแล่นกลาง รวมทั้งหมดมี
12 หลัง คงใช้เป็นสถานที่เก็บสินค้า |
| 7. ตึกพระเจ้าเหา เป็นหอพระประจำพระราชวัง
และชื่อพระเจ้าเหาคงเป็นชื่อพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐานบนฐานชุกชี
รอบตึกมีกำแพงแก้วเตี้ยกั้นอาณาเขตให้เป็นสัดส่วนและเจาะช่องโค้งเล็ก ๆ
ไว้เป็นที่วางตะเกียง ในปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พระเพทราชาได้ใช้ตึกนี้เป็นที่ว่าราชการยึดอำนาจ |
| 8.
ตึกเลี้ยงรับแขกเมือง ตั้งอยู่กลางอุทยาน
รอบตึกมีสระน้ำล้อมรอบสามด้าน ในสระน้ำเดิมมีน้ำพุพุ่งยี่สิบจุด
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระราชทานอาหารเพื่อเลี้ยงรับแขกเมือง ณ
อาคารหลังนี้ |
| 9. โรงช้างหลวง ตั้งเรียงเป็นแถวชิดกำแพง ที่เหลือร่องรอยให้เห็นมี 10 โรง
ช้างในโรงช้างนี้คงเป็นช้างหลวงหรือช้างสำคัญที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นช้างทรงของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชหรือเจ้านายและขุนนางสำคัญ |
| 10. ถังเก็บน้ำประปา
เป็นที่เก็บกักน้ำ ตรงพื้นจะมีท่อน้ำดินเผาฝังอยู่เป็นจำนวนมาก
เพื่อจ่ายน้ำไปทั่วเขตพระราชฐาน น้ำที่นำมาเก็บกักไว้ในอ่างเก็บน้ำนี้
เป็นน้ำซึ่งไหลมาตามท่อดินเผาจากอ่างซับเหล็ก |