|
เที่ยวชมสัตหีบ
พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ สวัสดีครับ...ท่านผู้เยี่ยมชม เราขอนำท่านมาเที่ยวชมและสักการะ
พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์
เราจะนำเรื่องราวและประวัติของสถานที่แห่งนี้มาให้ชมกันเขาชีจรรย์เริ่มมีการกล่าวขานมากขึ้น
เมื่อได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปแกะสลักในลักษณะพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่
9
น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติปีที่ 50
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เป็นพระพุทธรูปแบบประทับนั่งปางมารวิชัยเลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตรศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา
ความสูง 109 เมตร ประวัติการสร้าง จากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบว่า
เขาชีจรรย์ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1/4 ตารางกิโลเมตร
มีลักษณะสูงชันมากยอดเขาสูงที่สุดมีความสูง 248 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ
180 เมตรจากระดับพื้นดิน เขาชีจรรย์เป็นหินเนื้อปูนประกอบด้วยหินอ่อนแคลก์ซิลิเกต,
รูปเลนส์, ขนาบด้วยหินฟิลไลต์, หินฉนวน, และหินเมต้าเชิร์ต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา
สังฆปริณายก เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็น สมเด็จพระญาณสังวร เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
ซึ่งทรงเสียดายเขาชีจรรย์ที่มีภูมิทัศน์ยิ่งใหญ่สง่างามตามธรรมชาติ
แต่กำลังถูกระเบิดทำลายทุกวัน
จึงทรงดำริที่จะอนุรักษ์เขาชีจรรย์ให้คงชื่ออยู่คู่กับเขาชีโอนซึ่งมีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตสังฆาวาสของวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
ด้วยการสร้างพระพุทธรูปแกะสลัก บนหน้าผาเขาชีจรรย์
ให้เป็นปูชนียสถานสำคัญทางพระพุทธศาสนาตั้งแต่ปีพุทธศักราช2527 ถึงพุทธศักราช
2533 คณะกรรมการกำหนดรูปแบบพระพุทธรูปแกะสลักหินหน้าผาเขาชีจรรย์
ซึ่งตั้งโดยคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ได้กำหนดข้อยุติสร้างพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์
เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยเลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตรศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา
ขนาดความสูง 109 เมตรหน้าตักกว้าง 70 เมตรฐานบัวหรือบัวบัลลังค์สูง 21
เมตรรวมความสูงขององค์พระและบัลลังค์ทั้งสิ้น 130 เมตรเป็นแบบนูนต่ำ
โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตพระราชทานนามพระพุทธรูปว่า "
พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา " มีความหมายว่า "
พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรื่องสว่างประเสริฐ ดุจดังมหาวชิระ "
|
รวมภาพสวยๆของ
พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ มาให้ชม คลิ๊กที่ภาพเล็กด้านล่างนี้ เพื่อดูภาพแบบใหญ่ๆกัน...นะครับ
|
ท่องเที่ยวสัตหีบ
ที่หาดนางรำ สวัสดีครับ...ท่านผู้เยี่ยมชมขอนำท่านไปพบกับชายหาดสวย
อีกแห่งหนึ่ง ของสัตหีบที่มีชื่อว่า " หาดนางรำ " ครับ. จากเส้นทางที่จะไป ท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ
ซึ่งเป็นจุดที่เยี่ยม ชมเรือจักรีนฤเบศร
ก่อนที่จะถึงจุดรักษาการณ์ของท่าเรือน้ำลึกสัตหีบทาง
ด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าไปยัง " ชายหาดนางรำ
"เข้าไปตามป้ายบอกทางที่มีอยู่เป็นระยะท่านก็จะได้พบกับ
บรรยากาศร่มรื่นริมชายหาดที่รายล้อมไปด้วยทิวสนด้วยชายหาดยาวประมาณ 200 เมตร
บรรยากาศของชายหาดจะร่มรื่นด้วยแนวต้นสนและดอกลั่นทมที่ชายหาดจะมี
ร้านอาหารรสเลิศ
ที่คอยไว้บริการผู้ที่ต้องการมาสังสรรค์กับเพื่อนหรือครอบครัวไว้คอยบริการอย่างพร้อมสรรพแล้วหากเรา
เดินเลาะเลียบไปตามชายหาดมุ่งสู่หาดทางด้านทิศใต้อาจทำให้เรารู้สึกเหมือนเดินเข้าไปใน
" ดินแดนแห่งวรรณคดีไทย ในเรื่องพระอภัยมณี "
ด้วยภาพที่อยู่เบื้องหน้าที่เห็นก็เป็นรูปปั้นตัวละครสำคัญๆ
ของเรื่องอันตั้งแต่ สุดสาครกับม้านิลมังกร ผีเสื้อสมุทรชีเปลือย พระอภัยมณี
ซึ่งหลายคนอาจนึกแปลกใจว่า
นอกจากที่ระยองแล้วยังจะมีอยู่ที่นี่ด้วยหรือคำตอบก็คือใช่ครับ
เขานำมาจำลองไว้ที่นี่เช่นกันซึ่งมีผู้คนให้ความสนใจมากมาย.
|
รวมภาพสวยๆของ
หาดนางรำ มาให้ชม คลิ๊กที่ภาพเล็กด้านล่างนี้
เพื่อดูภาพแบบใหญ่ๆกัน...นะครับ |
|
สวนนงนุชพัทยา เปิดเป็นทางการในปีพ.ศ 2522
ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมาประมาณ 6 ปีให้หลังคุณ.นงนุช
ก็ได้มอบงาน บริหารให้กับลูกชายคุณ.กัมพล ตันสัจจา
เป็นผู้ดูแลต่อไปส่วนตัวคุณ.นงนุชเองก็ยังคงทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
โดยในขณะนี้ได้มีการ " จัดสวนเพื่อให้คนมาเที่ยว " ที่ทำคล้ายกับที่สวนนงนุชพัทยา
แห่งนี้เพิ่มขึ้นมาอีกสองที่ได้แก่ที่ จังหวัดปราจีนบุรี
และที่สวนผลไม้ที่จังหวัดเชียงราย ในปัจจุบัน สวนนงนุชพัทยา
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้า โดยมีผู้เข้าเยี่ยมชมประมาณวันละ2,000
คนเพราะสวนนงนุชเองมีการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบของสวนอยู่ตลอดเวลา
ทำให้ผู้ที่เข้า มาเยี่ยมชมรู้สึกประทับใจในความงดงามของสวนสวยแห่งนี้
ในปัจจุบันสวนนงนุชนอกจากที่จะจัดทำสวนแบบสวยงามเพื่อให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมแล้ว
ยังมีการจัดแสดงโชว์ภายในโรงละครและมีการแสดงของช้างแสนรู้
รวมถึงการให้บริการที่พักและสถานที่ใช้ในการจัดสัมนาหรือจะทำการฝึกอบรมกิจกรรมต่างๆ
ได้อย่างพร้อมสรรพซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาสวนนงนุชพัทยา
เคยได้รับรางวัลต่างๆอาทิเช่นได้รับ มาตรฐานปาง
(แค้มป์) ช้างประเทศไทยจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปีพ.ศ 2546-พ.ศ 2548
รางวัลนี้ให้ในองค์ประกอบหลายอย่างอาทิเช่น ช้างและควาญมีสุขภาพที่สมบูรณ์มีการดูแลเอาใจใส่ได้รับการตรวจรักษาที่ครบถ้วนจากผู้ดูแล
และสวนนงนุชยังได้รับรางวัล" กินรีเงิน "
แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการ
ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย.
|
อธิบายนิดนึงครับ
อันที่จริงสวนนงนุชมีจุดที่สามารถเที่ยวชมธรรมชาติต่างๆ
ภายในสวนนงนุชมากเกือบ 60
จุดหากเพื่อนๆเข้ามาในสวนนงนุชแนะนำให้มารับแผนที่หรือคำอธิบายต่างๆที่ท่านสงสัยที่เคาวน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ตึกประชาสัมพันธ์ด้านในถัดจากจุดจำหน่ายบัตรมาไม่ไกล
สอบถามสาวๆที่นี่ดูได้นะครับและสัตหีบบีชนำท่านไปเที่ยว 5
จุดตามที่ทำสัญลักษณ์ไว้ในแผนที่เป็นวงกลมสีน้ำเงินตัวหนังสือสีขาว
โดยเราเที่ยวตามหมายเลขตั้งแต่ 1-5 ดูแผนที่ประกอบด้านบน.....
เพื่อนๆสามารถคลิ๊กดูที่ภาพด้านล่างนี้ เพื่อดูรูปแบบใหญ่ๆกันได้นะครับ
..... |
|
|
ชมการแสดง มาถึงสวนนงนุชแต่เช้าเพื่อชมการแสดงในรอบแรกการแสดงจะมีทั้งหมด 8 ชุดเป็นโรงละครแบบเปิดโล่งแต่เขาทำบรรยากาศ แสงสีและซาวน์ ได้ค่อนข้างดีครับและช้างที่แสดงในชุดช้างศึกก็แสดงได้อย่างสม จริงคนดูตบมือกันลั่นโรงละคร. | |
|
จุดที่สอง เมื่อเราชมการแสดงในโรงละครเขาก็จะให้เราเดินต่อไปด้านหลังของโรงละครเป็นลานกว้างเป็นที่แสดงของช้างแสนรู้สำหรับบัตรผู้ใหญ่ราคา
300 บาทและของเด็ก 150
บาทจ่ายตอนแรกเข้าจะได้ชมสวนและชมการแสดงสองอย่าง นี้ได้เลยครับ การแสดงช้างมีทั้งหมด 13
ชุดช้างที่นี่ฉลาดและแสนรู้มากสมกับที่สวนนงนุชได้รับรางวัลมาตรฐานปาง (แคมป์)
ช้างประเทศไทยจากกรมปศุสัตว์เพราะช้างและคนเลี้ยงที่นี่มีสุขภาพจิตดีในการแสดงโชว์
คงจะกินอิ่มนอนหลับ การแสดงจึงออกมาได้ดีนะครับ
และช้างของไทยก็มีความสามารถในการแสดงผู้คุมแทบไม่ต้องบังคับเพียงส่งเสียงร้องเรียกเท่านั้นก็จะทำตามอย่างง่ายดาย. |
|
|
|
|
|
รอบของการแสดง มีทั้งหมด 4 รอบ รอบแรก
9.45 น. |
|
| | |
|
จุดที่สาม
ออกมาจากโรงแสดงเราก็มาสะดุดตาอยู่ที่สถานที่จัดแสดงวัตถุโบราณ
เข้าไปเยี่ยมชมภายในจะมีพวกเครื่องประดับพระพุทธรูปเก่าแก่รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้สมัยโบราณจัดแสดง
เข้าชมฟรีไม่เสียตังค์. |
| |
|
|
|
|
|
|
|
แนะนำให้นำรถ ไปจอดที่จอดรถ ที่ใกล้ที่สุดครับ
| |
จุดที่สี่
นี่เป็นเคล็ดลับนะครับ
เนื่องจากสวนนงนุชมีพื้นที่ที่กว้างใหญ่มากเดินกันขาลากเลยแหละครับ
แนะนำให้ดูแผนที่แล้วตั้งใจว่าจะไปจุดไหนแล้วมาร์คไว้แล้วก็ดูในแผนที่ว่าลานจอดรถไหนที่อยู่ใกล้ที่สุด
แล้วก็ย้ายรถย้ายคนไปอยู่ตามจุดนั้นเราเองได้มาชมจุดที่สี่ซึ่งเป็นสวนสับปะรดสี
ซึ่งเป็นพันธ์ที่มาจากประเทศไทยเองและนำเข้ามาจากต่างประเทศ
โดยเราเองก็พึ่งจะทราบว่าสับปะรดในโลกนี้มันมีหลากหลายพันธ์แปลกประหลาด
แต่สีของมันกลับสวยงามแปลกตารวมถึงการจัดสวนที่สวยงามผสมผสานกับหมู่รูปปั้นต่างๆ
ในสวนสับปะรดต่างๆเหล่านี้ได้อย่างลงตัว
เพื่อนๆลองดูความสดของสีสันที่เราได้เก็บภาพมาก็แล้วกันครับ. | |
|
จุดที่ห้า
จุดสุดท้ายที่ได้เข้ามาทำการสำรวจตั้งแต่ตอน
9 โมงเช้า ถึงจุดสุดท้ายนี่ก็ปาเข้าไปบ่าย 2
โมงแล้วถึงได้บอกกับเพื่อนๆว่าต้องวางแผนการเที่ยวชมนะครับจุดนี้ถือเป็นจุดที่เราชอบมากที่สุด
สวนฝรั่งเศสเป็นสวนที่จำลองแบบจากพระราชวังแวร์ซาย
ของประเทศฝรั่งเศสพื้นที่เกือบ 10
ไร่มีก้อนหินจัดเรียงรายไว้เป็นหมื่นก้อนรายล้อมสวนรูปทรงเรขาคณิตใช้เข็มญี่ปุ่นเป็นลายเส้นหลัก
ผักเป็ดขนแดงเป็นสีตัดลาย โดยมีต้นข่อย ไทร นีออน และชาฮกเกี้ยน เป็นองค์ประกอบ
และมีศาลาไทยอยู่บนเนินสูงเพื่อให้พักผ่อนและเป็นจุดชมวิวของสวน
รวมถึงมีการจัดวางรูปปั้นจากเรื่องราวในวรรณคดีของไทยจำนวน 11
เรื่องจัดวางไว้ได้อย่างกลมกลืน. |
| |
|
|
แถมครับ
เรามีภาพมาฝากเพื่อนๆอีก
3-4 ใบสวยๆที่เราคัดมานำมาฝากเพื่อนๆกัน เราเข้าไปเที่ยวชมสวนตั้งแต่ 9
โมงเช้ากว่าจะกลับก็พอดี 3
โมงเย็น | |
|
คำแนะนำเที่ยวสวนนงนุช มาเที่ยวสวนนงนุชแนะนำให้มาแต่เช้าครับแดดจะไม่แรงมาก
แล้วเราจะได้เดินเที่ยวได้หลายจุดโดยไม่ล้ามากแต่สวนนงนุชสำหรับผู้ที่รักต้นไม้ประเภทไม้ดอก
ไม้ประดับคงจะชอบสวนแห่งนี้มากเป็นพิเศษกว่าผู้เยี่ยมชมท่านอื่น
ที่สวนนงนุชแห่งนี้มีการปรับปรุงสวนหรือดัดแปลงมุมต่างๆภายในสวนอยู่ตลอดเวลาผู้ที่ไปเยี่ยมชม
หากได้กลับไปอีกครั้งแล้วจะรู้สึกแปลกตาไปกว่าครั้งแรกที่เคยมา
ที่สำคัญต้นไม้ที่อยู่ภายในสวนได้รับการดูแลรักษาอยู่เสมอเราจะเห็นพนักงานรดน้ำต้นไม้อยู่ไม่เคยขาดแม้จะเป็นช่วงแล้งของปี
ต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างรวมถึงสัตว์เลี้ยงที่อยู่ภายในก็ได้รับการดูแลที่ดีเช่นกัน..... |
|
ท่องเที่ยวสัตหีบ
จะพาท่านไปเที่ยวชมหาดเตยงาม สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในความรับผิดชอบของ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินกองทัพเรือสถานที่ซึ่งคงความเป็นธรรมชาติ
และยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาโดยตลอดนอกเหนือจากหาดเตยงามที่สวยงามแล้ว ยังประกอบไปด้วย
พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน,อนุสาวรีย์ทหาร, และสถานที่สำคัญ
ให้ได้เราร่วมรำลึกถึงอดีตที่ผ่านมาอย่างน่าประทับใจการเดินทาง หากท่านมาจากกรุงเทพโดยอาศัยเส้นทางถนนสุขุมวิท
เมื่อเข้าเขตของ อำเภอสัตหีบ ให้ท่านสังเกตุ โรงเรียนสิงห์สมุทร ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอสัตหีบ
สามารถสังเกตุได้ง่ายและทางเข้าของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินจะอยู่ติดกับโรงเรียนแห่งนี้เมื่อเลี้ยวเข้ามาด้านในก็แจ้งความจำนงกับเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ซึ่งจะอำนวยความสะดวกท่าน
ในเรื่องเส้นทางเดินรถหรือการติดต่อส่วนราชการภายในหรือจะถามข้อสงสัย
ปัจจุบันทหารเรือมีนโยบายสนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทยด้วยเช่นกัน. | |
|
|
จูงมือไปเที่ยว ก่อนอื่นเราจะเริ่มนำท่านมาเที่ยวชม
" พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน "
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงวัตถุต่างๆอันเกี่ยวกับทหารนาวิกโยธิน
ซึ่งภายในจัดแบ่งเป็นห้องแสดงเรื่องราวและประวัติอันได้แก่
ห้องบรรยายสรุป, ห้องพระราชวงศ์ที่เกี่ยวข้องกับทหารนาวิกโยธิน,
ห้องแสดงเครื่องแบบและเครื่องหมายของทหารนาวิกโยธิน
และห้องจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงห้องแสดงฉากจำลองยุทธภูมิต่างๆของ
ทหารนาวิกโยธิน อีกด้วย.และใกล้ๆกันนั้นก็ยังมีสถานที่ๆน่าสนใจ
ที่เราจะพาไปเที่ยวชมได้แก่ " อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน "
ซึ่งอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและร่วมรำลึกถึงทหารนาวิกโยธินที่ได้เสียชีวิตในการสู้รบในสมรภูมิต่างๆ
และไม่ไกลกันในเวลาพระอาทิตย์ตกดินของทุกเย็นจะมี " พิธีเชิญธงลงจากยอดเสา "
ซึ่งเป็นการปฏิบัติมีมาช้านานของทหารเรือ
เวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นเวลาที่จะเชิญธงลงจากยอดเสา
และที่บริเวณหาดเตยงามแห่งนี้ก็มีพิธีนี้เช่นกันเราได้นำเอาภาพสวยๆของสถานที่ต่างๆของ หาดเตยงาม
มาให้เพื่อนๆได้ดูกันที่ด้านล่างนี้ คลิ๊กที่ภาพ
เพื่อดูรูปแบบใหญ่ๆกันนะ...
|
|
ไปเที่ยวกันต่อ เราจะนำท่านมาเคารพ
สักการะท่านผู้ที่ได้ชื่อว่า พระบิดาของกองทัพเรือที่อยู่ไม่ไกลกัน" ศาลกรมหลวงชุมพร " จากพิพิธภัณฑ์ด้านขวามือหากท่านขับรถตรงขึ้นเขาจะมีป้ายบอกทางชัดเจนระหว่างทางขับรถขึ้นเขาให้ระวังฝูงลิง
ที่เขาจะมาคอยขออาหารจากผู้มาเยือนซึ่งต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง
เพราะลิงที่นี่จะเชื่องกับคนมาก
เมื่อเข้ามาที่บริเวณศาลก็จะพบกับผู้ที่เข้ามาสักการะซึ่งเป็นผู้ที่นำสิ่งของมาบนบาน
ที่ศาลก็จะมีพระบรมรูปจำลองของ กรมหลวงชุมพร
ให้ได้เคารพสักการะและด้านในก็จะมีจุดชมวิวบนเขา
รวมถึงตู้ที่จำลองเหตุการณ์และวีรกรรมของเหล่าบรรดาทหารเรือในอดีต
ที่ผ่านมา." ในหลวงของเรา "
วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเรือใบประเภทโอเคขนาด 13 ฟุตชื่อ " เวคา "
จากพระราชวังไกลกังวลหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกเดินทางตั้งแต่เวลา 04.28
น.ตัดข้ามอ่าวไทยขึ้นฝั่งที่อำเภอสัตหีบ
บริเวณหาดเตยงามโดยเป็นระยะทางทั้งสิ้น ประมาณ 60 ไมล์ทะเลเวลาทั้งสิ้น 17
ชั่วโมงและได้นำธงราชนาวิกโยธินมาปักไว้ ณ.ที่หาดเตยงามแห่งนี้
| |
|
|
" มาม๊ะ...มาเล่นน้ำที่หาดเตยงามกัน "
หลังจากที่ได้พาตะลอนเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ที่อยู่ตามหาดเตยงามแล้วคราวนี้เราก็จะไปเล่นน้ำทะเลกันซักที อ่าวเตยงาม
มีหาดทรายสีขาวที่ทอดยาวสุดสายตา น้ำทะเลที่ใสงดงามกับธรรมชาติรอบๆอ่าวแห่งนี้
และเมื่อคุณมองจากชายฝั่ง คุณจะเห็น" เกาะไก่เตี้ย "
ที่เมื่อยามน้ำลงสามารถเดินไปยังเกาะแห่งนี้ได้
แต่ในปัจจุบันได้มีการห้ามขึ้นไปบนเกาะ เพราะต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติ
และแนวปะการังรอบๆเกาะไว้โดยไม่ให้ผู้ใดไปรบกวนนั่นเอง
หาดเตยงามแห่งนี้เมื่อกาลเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ยังคงความงดงามสะอาดตา
และดูแลเป็นระเบียบเรียบร้อยเพราะการดูแลรักษาอย่างดีของ กองบัญชาการนาวิกโยธิน
เพื่อให้อยู่กับเราไปตราบชั่วลูกหลานและยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อ
นักท่องเที่ยวอันได้แก่ ร้านอาหาร หรือห้องน้ำไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว
และมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคอยให้คำปรึกษาในเรื่องของสถานที่พัก
หรือติดต่อสอบถามในเรื่องราวหรือข้อสงสัยต่างๆของนักท่องเที่ยวและนอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมอาชีพให้กับภรรยาทหารเรือ
ให้มีรายได้เสริมเช่น สามารถเปิดร้านขายของได้โดยคิดราคาค่าเช่าร้านในราคาถูก
หรือสอนอาชีพให้กับภรรยาทหารเรือเช่น การนวดฝ่าเท้า
ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้
ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำที่ชายหาดแห่งนี้
ได้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าอีกด้วย..... | |
|
ติดต่อสอบถามเรื่องของหาดเตยงาม โทรได้ที่เบอร์ 02_4757380 ต่อ
062_6509 หรือเบอร์ 038_334188 ที่สำนักงานกิจการท่องเที่ยว
ที่ตั้งอยู่ที่หาดเตยงามแห่งนี้ในวันและเวลาราชการ เอารูปสวยๆมาฝากกัน คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูรูปแบบใหญ่ๆกันนะ... |
| | | |
|