ท่องเที่ยว  จ.เชียงใหม่   2

   

สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางหลวงหมายเลข 1076 สาย เชียงใหม่ - ฝาง - ท่าตอน

ดอยเชียงดาว

เป็นยอดดอยที่สูงอันดับสามของประเทศด้วยความสูง 2,190 เมตร บ้างก็ว่า 2,180 เมตร บ้างก็ว่า 2,220 เมตร บ้างก็ว่า 2,195 เมตร  จริงๆ สูงเท่าไรไม่รู้แต่ที่แน่ๆ  คือสูงอันดับสามของประเทศ จุดเด่นไม่ใช่อยู่ที่ความสูง แต่จุดเด่นของดอยเชียงดาวคือเทือกดอยนี้เป็นเทือกดอยที่ตั้งอยู่โดดเด่นและเป็นภูเขาหินปูนล้วนทั้งลูก ด้วยความที่ตั้งอยู่โดดเด่นและมีลักษณะทางธรณีวิทยาที่ไม่มีเหมือนใครจึงทำให้มีพรรณไม้เฉพาะถิ่นที่ไม่เหมือนใครมากมายบนดอยแห่งนี้ แต่ละชนิดแต่ละอย่างล้วนมีความงดงามมากๆ นอกจากความโดดเด่นในเรื่องพืชพรรณแล้วบนดอยเชียงดาวยังมีจุดชมวิวที่สวยงามมาก  ที่ตั้ง ดอยเชียงดาวอยู่ในเขตอำเภอเชียงดาวห่างจากตัวอำเภอเชียงดาวไปทางทิศตะวันตก 5 กิโลเมตร

จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสาย 107 ไปจนถึงตัวอำเภอเชียงดาว ข้ามสะพานลำห้วยแม่อี๊ดไปเล็กน้อยจะมีทางแยกเข้าถ้ำเชียงดาวที่ข้างๆ โรงแรมเชียงดาวอินท์ เลี้ยวเข้าไป 5 กิโลเมตรถึงบ้านถ้ำ  ที่นี่คือจุดรวมพลทั้งลูกหาบและคนนำทาง  จากบ้านถ้ำติดต่อรถให้ไปส่งยังจุดเริ่มเดิน  แล้วเดินเท้าสู่อ่างสลุงระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร  ควรใช้เวลาเที่ยวเชียงดาว 3 วัน 2 คืน  ข้างบนไม่มีแหล่งน้ำไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นอกจากภูเขาและต้นไม้  ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปเที่ยวจะต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม  ค่าคนนำทางวันละ 400-500 บาท ค่าลูกหาบวันละ 300 บาท

ดอยเชียงดาวเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การขึ้นไปเที่ยวจะต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนการเดินทาง รายละเอียด โทร. 0 2561 2947  หรือติดต่อขออนุญาตโดยตรงที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวที่บ้านถ้ำ   ข้อมูลเพิ่มเติมอ่านได้ที่นี่
ถ้ำเชียงดาว

อยู่ใต้ดอยเชียงดาวในภาพข้างบน อยู่ในท้องที่บ้านถ้ำ ห่างจากตัวเมืองเชียงดาวไปทางทิศตะวันตก 5 กิโลเมตร การเดินทางข้อมูลเหมือนหัวข้อดอยเชียงดาว   ลักษณะของถ้ำเชียงดาวเป็นถ้ำยาวมาก ยาวจนสำรวจไม่สุดว่ายาวเท่าไร  ช่วงแรกเป็นถ้ำแห้งมีหินงอกหินย้อยที่เคยสวยงาม  ภายในมีพระพุทธรูปตั้งไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้  การเดินเข้าไปเที่ยวชมภายในถ้ำช่วงแรกจะมีไฟฟ้าติดให้แสงสว่างไว้ตลอดทาง  แต่ในบางห้องโถงที่อยู่ลึกเข้าไปและยังคงสวยงามจะต้องใช้คนนำทางท้องถิ่นนำทางพร้อมด้วยตะเกียงเข้าไปโดยเสียค่าตอบแทนเล็กน้อยคณะละ 200 บาท  สำหรับถ้ำที่อยู่ลึกเข้าไปมากๆ เป็นถ้ำน้ำที่ไม่รู้จุดสิ้นสุด  น้ำภายในถ้ำเกิดจากน้ำฝนที่ตกลงบนเทือกดอยเชียงดาวแล้วไหลรวมลงสู่อ่างสลุง แต่เทือกดอยเชียงดาวเป็นภูเขาหินปูนจึงไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ น้ำเหล่านั้นจึงไหลลงสู่โพรงถ้ำเบื้องล่างแล้วไหลออกจากปากถ้ำลงสู่ลำห้วย จากลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำสายเล็กๆ กลายเป็นแม่น้ำปิง เทือกดอยเชียงดาวจึงเป็นต้นกำเหนิดสายน้ำเล็กๆ อีกสายหนึ่งของแม่น้ำปิง  คือว่าต้นกำเหนิดแม่น้ำสายใหญ่จะเกิดจากลำห้วยเล็กๆ สายหลายไหลมารวมกัน อาจจะมาจากดอยโน้นบ้างดอยนั้นบ้าง ทุกๆ สายในพื้นที่ต้นน้ำจึงล้วนเป็นต้นกำเหนิดแม่น้ำทั้งนั้น  มิใช่ว่าต้นกำเหนิดแม่น้ำจะไหลออกมาจากรูหนึ่งเหมือนน้ำประปาแตกแล้วไหลเป็นแม่น้ำก็ไม่ใช่

อุทยานแห่งชาติเชียงดาว
อุทยานแห่งชาติเชียงดาวกับดอยเชียงดาวเป็นคนละส่วนกัน  ดอยเชียงดาวเป็นดอยหนึ่งของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว  ส่วนอุทยานแห่งชาติเชียงดาวก็เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งซึ่งอยู่คนละที่กันไม่เกี่ยวข้องกัน อุทยานแห่งชาติเชียงดาว ครอบคลุมพื้นที่ อ.เชียงดาว อ.เวียงแหง และ อ.ไชยปราการ พื้นที่ทั้งหมด 1,155 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำปิง
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ

น้ำตกศรีสังวาลย์ เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง สูงประมาณ 20 เมตร ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ บรรยากาศบริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นน่าพักผ่อน ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการไป 150 เมตร นอกจากนี้ยังมีน้ำตกห้วยหกซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 20 เมตร ตั้งอยู่กลางป่าลึก ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเข้าไปประมาณ 8 ชั่วโมง

ต้นกำเนิดแม่น้ำปิง ผู้ที่ต้องการเห็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง สามารถเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เข้าไปในป่าประมาณ 2 ชั่วโมง จะพบกับขุนน้ำรูซึ่งมีลักษณะเป็นธารน้ำเล็กๆที่ไหลออกมาจากภูเขา ชาวบ้านเชื่อว่าต้นน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนฤดูทำนาทุกปีจะจัดพิธีไหว้และบวชป่าชุมชนขึ้นที่นี่

บ่อน้ำร้อนโป่งอาง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ น้ำมีอุณหภูมิสูง 70-80 องศาเซลเซียส บ่อน้ำร้อนตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ ถ้ำผาชัน ถ้ำดอยกลางเมือง น้ำตกทุ่งแก้ว น้ำตกห้วยหก ออบปิง ถ้ำผาชัน ถ้ำห้วยจะค่าน และถ้ำดอยกลางเมือง เป็นต้น

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ในอุทยานฯ มีบ้านพักบริการ 2 หลัง ติดต่อที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 50180 โทร. 0 5381 8348 หรือ 0 1883 7371 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่ http://www.dnp.go.th

การเดินทาง จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ถึง กม.ที่ 79 เข้าทางแยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1178 ประมาณ 24 กิโลเมตร ถึงบ้านนาหวาย เลี้ยวซ้ายไปอีก 150 เมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเชียงดาว

ดอยอ่างขาง
ดอยอ่างขางตั้งอยในเขตพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีก 25 กม. มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนประกอบด้วยยอดเขาหลายลูกดังภายซ้าย ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศพม่า  บนเทือกเขานี้มีแอ่งที่ราบที่เป็นที่ตั้งโครงการเกษตรหลวงอ่างขาง และมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายอย่าง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปชมกุหลาบพันปี   เส้นทางจักรยานเสือภูเขาจากบ้านคุ้มไปยังบ้านนอแล ระหว่างทางจะมีทัศนียภาพที่งดงาม  จุดชมนกเนื่องจากดอยอ่างขางอยู่บนที่สูงจึงมีนกสวยงามมากมายให้ชม ในฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาดูนกที่อ่างขางกันมาก  นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่หน่วยทหารนอแล เป็นจุดชมวิวที่มีวิวสวยงามสามารถมองเห็นยอดดอยผ้าห่มปกได้จากจุดนี้  นอกจากนี้ที่หน่วยนอแลยังเป็นรอยต่อพรมแดนไทย-พม่า เมื่อมองเข้าไปในฝั่งพม่าจะเห็นที่ตั้งกองกำลังของพม่าตั้งอยู่ใกล้ๆ กับกองกำลังไทย ยามสงบก็ข้ามมาเตะตะกร้อกัน ไฟฟ้าก็พ่วงไปจากหน่วยทหารของไทยไปใช้  ยามร้ายก็จับปืนมายิงกัน วันดีคืนดีหากเจ้านายเพี้ยนๆ ก็สั่งยิงไทยซะที ตอนนั้นก็ยิงปืน ค. เข้ามาตกภายในสถานีเกษตรอ่างขางดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร ฝ่ายเราก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรเพราะจะเสียบรรยากาศการลงทุนในพม่า
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
สถานีเกษตรดอยอ่างขางได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นและหยุดการทำลายป่า  ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกะทะหรือเหมือนอ่าง อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร   ภายในโครงการมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาก เช่น แปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้ง  แปลงปลูกไม้ในร่ม  แปลงทดลองกุหลาบ แปลงปลูกผัก แปลงปลูกผักในร่ม สวนท้อ สวนบ๊วย ป่าซากุระ ป่าเมเปิ้ล พระตำหนักอ่างขาง ภายในสถานีเกษตรสวยงามมาก ยิ่งในช่วงฤดูหนาวมีดอกซากุระเต็มป่าสวยงามมาก ซะกุระแท้ๆ จากญี่ปุ่นก็มีให้ชม ดอกไม้เมืองหนาวที่ปลูกไว้ภายในสถานีเกษตรก็สวย  ในช่วงฤดูหนาวผมพานักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวบ่อยมากแทบทุกสัปดาห์จึงมีโอกาสได้เห็นความสวยงามในช่วงเวลาต่างๆ  รายละเอียดและจุดท่องเที่ยวคลิกที่นี่ครับ อย่างละเอียด
โป่งน้ำร้อนฝาง
โป่งน้ำร้อนฝาง  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่ฝ่าง ตั้งอยู่กลางลานทุ่งหญ้าภายในเขตที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง  น้ำพุร้อนเกิดจากพลังงานความร้อนใต้ผิวโลก น้ำมีอุณหภูมิสูงถึง 90-130 องศาเซลเซียส และมีแรงดันสูงมากจนสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนให้กับเมืองฝางได้ ปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้ามาดูแลเรื่องการใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพของบ่อน้ำพุร้อนฝางในการผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนอุทยานแห่งชาติแม่ฝางเป็นเจ้าของพื้นที่ดูแลในเรื่องการท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในอุทยาน  บริเวณบ่อน้ำพุร้อนมีห้องอาบน้ำแร่แช่น้ำพุร้อนไว้บริการ มีทั้งห้องอาบน้ำกลางแจ้งแต่ตอนนี้เสียอยู่ ห้องอาบน้ำแบบรวม และห้องอบซาวน่า เสียค่าบริการท่านละ 30 บาท  ผ้าสำหรับใส่อาบน้ำมีใช้เช่าชุดละ 10 บาท  นอกจากนี้ยังมีบริการนวดแผนโบราณด้วย เป็นการดำเนินงานของกลุ่มแม่บ้านเพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น  นับว่าเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่น่าสนใจ หากไปเที่ยวที่นี่และไม่รีบเร่งนักน่าจะอาบน้ำแร่แล้วจะสบายตัว ดีกว่าไปเดินถ่ายรูปแล้วกลับ  นอกจากห้องอาบน้ำแล้วบริเวณกลางแจ้งยังมีน้ำพุร้อนให้ต้มไข่ด้วย
ถ้ำห้วยบอน
ตั้งอยู่ภายในสำนักสงฆ์ถ้ำห้วยบอน เป็นถ้ำขนาดใหญ่ลึกประมาณ 300 เมตร เคยมีการขุดพบเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับของคนในสมัยโบราณ  ลักษณะถ้ำเป็นถ้ำทะลุจากด้านหนึ่งไปสู่ด้านหนึ่ง ภายในถ้ำมีอากาศถ่ายเทไม่อับและเย็นสบาย ภายในห้องโถงกลางถ้ำมีขนาดใหญ่จุดคนได้เป็นจำนวนมาก  หินงอกหินย้อยภายในถ้ำมีความสวยงามและยังเป็นหินงอกหินย้อนที่ยังเจริญเติบโตอยู่  ถ้ำนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ค่อยเข้าไปเที่ยวเพราะไม่รู้จักและอีกอย่างทางขึ้นสู่ปากถ้ำก็ค่อนข้างชันนักท่องเที่ยวประเภทคุณหนู๋ไม่ชอบ แต่ถ้ามีโอกาสน่าแวะไปเที่ยวเพราะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองฝาง

การเดินทาง  จากตัวเมืองฝางใช้เส้นทางสายอ้อมเมือง ขับไปจนถึงทางแยกซ้ายป้ายบอกไปดอยผ้าห่มปก ขับตรงเข้าไปตามทางลูกรังประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะถึงด่านที่มีคานเหล็กกั้นขวางเพื่อกันรถที่จะแอบขึ้นดอยผ้าห่มปก  ณ จุดนี้แยกซ้ายเข้าไปในสำนักสงฆ์  ทางเดินขึ้นปากถ้ำอยู่ทางซ้ายมือ  เดินผ่านป่าไผ่ขึ้นไปประมาณ 300 เมตรก็ถึงปากถ้ำ  ควรนำไฟฉายไปด้วยและควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางจากที่ทำการอุทยานแม่ฝางไปด้วยเพื่อความปลอดภัยไม่หลงทางและยังได้ความรู้ อย่าเน้นเรื่องประหยัดนัก ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ก็ไม่แพง

ดอยผ้าห่มปก
ดอยผ้าห่มปก  เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดของเทือกเขาแดนลาวที่กั้นระหว่างไทย-พม่า ยอดดอยมีความสูง 2,285 เมตร จากระดับทะเล เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของไทยรองจากดอยอินทนนท์ สภาพป่าของดอยผ้าห่มปกเป็นป่าดิบเขาที่มีความรกชัฏอัดแน่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิดที่เขียวตลอดปี เป็นที่อยู่ของนกมากมาย เส้นทางเดินใต้ป่ารถชัฏเป็นทางเดินเที่ยวที่ร่มรื่น มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ผมพาลูกทัวร์เดินทุกสัปดาห์ในฤดูหนาว เดินเที่ยวเหมือนกับเดินเที่ยวในสวนหลังบ้าน  บนยอดดอยมีจุดชมวิวที่สวยงามเมื่ออยู่บนยอดดอยสามารถมองเห็นวิวได้รอบตัว ด้านหนึ่งมองเห็นดอยอ่างขางได้อย่างชัดเจน อีกด้านหนึ่งมองเห็นเทือกเขาฝั่งพม่า หากวันไหนวิวใสก็จะมองเห็นที่ตั้งกองกำลังของพม่าบนสันดอยด้วย อีกด้านหากฟ้าเปิดจะมองเห็นเมืองยองของพม่า หากมองลงมาเหนือป่าผ้าห่มปกด้านล่างก็จะเห็นป่าสีเขียวเข้มอัดแน่นจนไม่มีช่องว่าง  ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้ยอดดอยผ้าห่มปกถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกตลอดทั้งปี ป่าผ้าห่มปกจึงมีความชุ่มชื้นและเขียวตลอดปี    ดอยผ้าห่มปกเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวตั้งแต่เเดือนพศจิกายน ถึงพฤษภาคมทุกปี  ข้างบนมีลานกางเต็นท์อยู่ที่กิ่วลมต้องเดินอีก 3.5 กิโลเมตรจึงจะถึงยอดดอย  ที่จุดกางเต็นท์ไม่มีร้านค้าไม่มีบ้านพัก นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวจะต้องเตรียมอาหารไปให้พร้อม

การเดินทาง จาก อ.ฝาง มุ่งสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ฝาง ติดต่อเสียค่าธรรมเนียมและเช่ารถขึ้นดอยได้ที่อุทยาน หลังจากนั้นรถจะพาขับขึ้นดอย  หรือถ้านำรถสมรรถนะสูงสำหรับขึ้นดอยมาเองก็ต้องติดต่อเสียค่าธรรมเนียมให้เรียบร้อย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้แผนที่สำหรับขึ้นดอยมาหนึ่งแผ่น ให้ขับไปตามแผนที่ถึงแน่ไม่มีหลง แต่ยังมีบางพวกที่งกแอบขึ้นดอยโดยไม่ต้องการเสียค่าธรรมเนียม โดยไม่เข้าไปติดต่อเสียค่าธรรมเนียม โดยขับขึ้นดอยมาตามทางที่เพื่อนบอกหรือที่ศึกษามาแล้ว เมื่อขับไปได้ไกลมากๆ ก็ต้องเซ็งสุดขีดเมื่อไปเจอด่านที่มีคานเหล็กกั้นใส่กุญแจไว้เรียบร้อย  ถึงคราวนี้ก็จะต้องเสียทั้งน้ำมันและเวลาในการขับรถกลับไปเสียค่าธรรมเนียมเพื่อจะได้กุญแจสำหรับเปิดด่าน   ข้อมูลเที่ยวดอยผ้าห่มปกหาอ่านได้ที่นี่ครับ

วัดท่าตอน
เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาต่อเนื่องกันหลายลูก มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ อยู่ติดริมแม่น้ำกก เดิมเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานได้จากวัตถุโบราณที่ค้นพบในบริเวณนี้ วัดท่าตอนยังเป็นสถาบันการศึกษาสำหรับพระภิกษุ สามเณร และเยาวชน เป็นศูนย์บำบัดยาเสพติด และสงเคราะห์ชาวเขา เป็นวัดที่มีทิวทัศน์งดงาม และเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50 ทางวัดได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างเจดีย์แก้วเฉลิมพระเกียรติไว้บนยอดเขา ด้านบนมีจุดชมวิวซึ่งจะมองเห็นชุมชน ทุ่งนา และแม่น้ำกกไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่าง
เที่ยวสวนส้มฝาง
อำเภอฝางเป็นแหล่งปลูกส้มสายน้ำผึ้งที่ใหญ่  และที่นี่เป็นต้นกำเหนิดของส้มพันธ์สายน้ำผึ้ง ส้มสายน้ำผึ้งเป็นส้มพันธุ์ดีมีรสหวาน เปลือกบาง ชานนุ่ม ผลมีสีสวย ด้วยจุดเด่นของส้มสายน้ำผึ้งทำให้ได้รับนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้ส้มสายน้ำผึ้งมีราคาแพง เกษตรกรในเขตพื้นที่ปลูกส้มบริเวณฝางและพื้นที่ใกล้ๆ เคียงได้ขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้นจนกระทั่งส้มเป็นพืชเศรษฐกิจหลังของฝางไปซะแล้ว  ส้มสายน้ำผึ้งจะติดผลดกมากอีกทั้งผลยังมีสีสวย เมื่ออยู่รวมกันในแปลงปลูกทำให้ดูสวยงาม จนในระยะหลังสวนส้มสายน้ำผึ้งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวในความสนใจไปเยี่ยมชม  นักท่องเที่ยวก็ได้มีโอกาสเข้าไปชมสวนส้มกันถึงในสวนจริงๆ ชาวสวนก็ได้ขายผลิตให้นักท่องเที่ยว  แต่ก่อนนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเด็ดส้มทานจากต้นได้เลย แต่มีปัญหาที่ส้มมีกิ่งที่เปราะในบางครั้งนักท่องเที่ยวเด็ดส้มแล้วทำให้กิ่งหักเสียหาย ในระยะหลังจึงไม่อนุญาตให้เด็ดส้มทานจากต้น แต่ก็สามารถชิมได้ที่หน้าสวน หากถูกใจก็ซื้อกลับบ้านได้โดยมีลังกระดาษบรรจุให้อย่างสวยงามเหมาะที่จะหิ้วกลับไปเป็นของฝากก็เหมาะ ซื้อกลับไปทานเองก็ดี  มีหลายสวนที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น สวนส้มเวียงคำ อยู่ที่บ้านหนองยาว ต. แม่สูน อ. ฝาง โทร 053-883640-1  เสียค่าเข้าชมท่านละ 100 บาทสวนส้ม 13 เหรียญทอง  ต. แม่สูน  อ. ฝาง   โทร 053-457132   ไม่เสียค่าเข้าชมสวนส้มทรายทอง  ต. เวียง  อ. ฝาง  เป็นสวนส้มที่ใหญ่ที่สุดของไทย  โทร 053-382888   เสียค่าเข้าชมท่านละ 100 บาทสวนส้มธนาทร  ริมเขื่อนบ้านลาน  อ. ฝาง   สวนนี้เป็นต้นกำเหนิดของส้มสายน้ำผึ้งในไทย    เสียค่าเข้าชมท่านละ 100 บาท

ดอยเวียงผา
ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของอำเภอชัยปราการ ครอบคลุมพื้นที่ 455.9 ตารางกิโลเมตร ตั้งขึ้นเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ  ลักษณะภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผาเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน เทือกเขาวางตัวในเแนวทิศเหนือ – ใต้ เป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดเชียงใหม่ – เชียงราย มียอดดอยสูงสุดคือ ดอยเวียงผา มีความสูง 1,834 เมตร สภาพป่าบนดอยเป็นป่าสนสองใบ บริเวณไหล่เขาเป็นป่าดิบเขามีกุหลาบพันปีขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากและจะออกดอกสีแดงบานสะพรั่งในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม พื้นที่ป่าด้านล่างยังมีควาสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำลำธารและแหล่งกำเนิดของลำห้วยใหญ่ๆ ที่สำคัญ โดยเฉพาะเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำฝาง และสาขาหนึ่งของน้ำแม่ลาว เช่น ห้วยแม่ฝางหลวง ห้วยแม่ฝางน้อย น้ำแม่ยางมิ้น  นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเที่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยจะต้องติดต่อเจ้าหน้าอุทยานนำทางขึ้นไป 

การเดินทาง  จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางสาย 107 ไปจนถึงตัวอำเภอไชยปราการ สังเกตทางขวามีป้ายบอกไปอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา 12 กม. ติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางที่ที่ทำการอุทยาน ติดต่อนัดแนะรถขึ้นดอย และติดต่อลูกหาบเพื่อแบกสัมภาระ จากที่ทำการอุทยานไปยังจุดเริ่มเดินเท้ามีระยะทางไกลมาก ค่ารถค่อนข้างสูง ประมาณ 2,500 บาท  ค่าลูกหาบวันละ 300 บาท  ข้างบนมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกลจากจุดกางเต็นท์นัก  ความสวยงามโดยรวมใช้ได้

ห้วยน้ำดัง
มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง มีฝนตกชุกในเดือน พฤษภาคม - ตุลาคม ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่

จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง ( ดอยกิ่วลม ) ตั้งอยู่ที่ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง เป็นที่ตั้งของหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 2 (ห้วยน้ำดัง) เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาวและทะเลหมอกที่สวยงาม 

ห้วยน้ำดังมีลานกางเต็นท์กว้างขวางไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปท่องเที่ยว และยังมีบ้านพักไว้บริการ  ติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760

การเดินทาง  ไปตามทางแม่มาลัย-ปาย จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 65-66 มีทางแยกขวามือ ซึ่งมีป้อมยามตั้งอยู่ เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตรถึงจุดชมวิวดอยกิ่วลม

โป่งเดือดป่าแป๋
อยู่ในท้องที่อำเภอแม่แตง ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นน้ำร้อนที่เดือดพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน  นับว่าเป็นน้ำพุร้อนบ่อใหญ่ที่สุดของไทย  น้ำร้อนจากบ่อน้ำพุจะไหลเป็นลำธารลงสู่พื้นที่ต่ำ ตอนท้ายของลำธารทำเป็นฝายหินเป็นลานไว้ให้นักท่องเที่ยวลงไปแช่น้ำร้อน  สำหรับผู้ที่ต้องการอาบน้ำแร่ในห้องอาบก็มีห้องอาบน้ำแร่ไว้บริการแบ่งเป็นห้องๆ  นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบ้านพักในบรรยากาศธรรมชาติไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปพักอีกด้วย

การเดินทาง ใช้ถนนสายแม่มาลัย - ปาย ไปประมาณ 35 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร เป็นทางลาดยาง

น้ำตกหมอกฟ้า
ตั้งอยู่บนถนนสายแม่มาลัย - ปาย กิโลเมตรที่ 20 แยกซ้ายเข้าไปเป็นทางลูกรังอีกประมาณ 2 กิโลเมตรถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว  มีเส้นทางเดินเท้าเข้าถึงน้ำตกระยะทาง 350 เมตร จึงจะถึงน้ำตก เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางฝั่งตะวันออก  สันกำแพง ดอยสะเก็ด

วัดป่าตึง
เป็นวัดบนร่องรอยของชุมชนโบราณ เคยมีการขุดพบวัตถุโบราณจำพวกพระพุทธรูปและเครื่องถ้วยชามสังคโลกเป็นจำนวนมาก  นอกจากพบถ้วยชามลังคโลกแล้วในบริเวณวัดยังมีเตาเผาถ้วยชามสังคโลกอยู่ด้วยแต่เตาเผาล้วนเก่าพุพังกลายเป็นหลุมดินยุบให้เห็นเป็นแอ่งๆ เท่านั้น  วัดป่าตึงได้สร้างขึ้นมาด้วยจิตศรัทธาหลวงปู่หล้าและประชาชนชาวสันกำแพง หลวงปู่หล้าเป็นพระเกจิอาจารย์สายปฏิบัติที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีณาณสูงจนล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตจนลูกศิษย์เรียกว่าหลวงปู่หล้าตาทิพย์  เมื่อท่านมรณะภาพลงสังขารของท่านไม่เน่าเปื่อยโดยแห้งไปเองตามธรรมชาติ ปัจจุบันร่าของท่านบรรจุอยู่ในโลงแก้วอยู่ที่วัดป่าตึงไว้ให้ลูกศิษย์และผู้จิตศรัทธาได้รำลึกถึงและกราบไหว้
บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง

บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพงที่ กิ่งอำเภอแม่ออน อยู่ห่างจากตัวเมืองสันกำแพงประมาณ 34 กิโลเมตร บ่อน้ำพุร้อนมีพื้นที่ 75 ไร่มีการตกแต่งพื้นที่อย่างร่มรื่น มีห้องอาบน้ำแร่ทั้งกลางแจ้งและในอาคารไว้บริการ รวมถึงบ่อน้ำร้อนสำหรับต้มไข่ด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบ้านพักไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย ค่าผ่านประตู ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ค่าอาบน้ำแร่ ตักอาบ 15 บาท แช่อาบน้ำ 30 บาท อาบแบบลงสระว่ายน้ำ เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท กำนันฟรี

ดอยอ่างขาง    จ. เชียงใหม่

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยในเขตพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีก 25 กม.  ดอยอ่างขางเป็นเทือกดอยสูงติดกับสันเขาพรมแดนประเทศพม่า จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไปเยือนดอยอ่างขางคือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการฯ  สถานีเกษตรดอยอ่างขางได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นและหยุดการทำลายป่า  ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกะทะหรือเหมือนอ่าง อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร   ภายในโครงการมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาก เช่น แปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้ง  แปลงปลูกไม้ในร่ม  แปลงทดลองกุหลาบ แปลงปลูกผัก แปลงปลูกผักในร่ม สวนท้อ สวนบ๊วย ป่าซากุระ ป่าเมเปิ้ล พระตำหนักอ่างขาง  รายละเอียดและจุดเด่นของแต่ละสถานที่ดังจะกล่าวในหัวข้อต่อไป 

ชมภาพ ดอกไม้ เมืองหนาว ของสถานีเกษตร  คลิกที่นี่

จุดที่น่าสนใจภายในโครงการหลวงอ่างขาง

อ่างขาง
สวนแปดสิบ

อ่างขาง
พระตำหนักอ่างขาง

อ่างขาง
โรงเรือนปลูกผัก

ดอยอ่างขาง
แปลงปลูกผักกลางแจ้ง

ดอยอ่างขาง
สวนผลไม้เมืองหนาว

ดอยอ่างขาง
โรงเรือนกุหลาบ

ดอยอ่างขาง
โรงเรือนพรรณไม้ในร่ม

ดอยอ่างขาง
ดงซากุระ และ ป่าเมเปิ้ล

  

มุมโปรดของคนรักกาแฟ   เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากว่าจุดอื่นๆ  ที่นี่คือร้านอาหารสโมสรอ่างขาง บริเวณด้านหน้ามีซุ้มกาแฟ ให้บริการกาแฟและเค๊กอร่อยๆ เป็นมุมสบายๆ กาแฟอ่างขางมีรสอร่อยที่หลายมาแล้วพลาดไม่ได้ที่ต้องมาชิม กาแฟที่ให้บริการเป็นกาแฟมีหลายรสหลายแบบทั้งกาแฟร้อน กาแฟเย็น คาปูชิโน่ กาแฟเย็นอ่างขาง อีกหลายอย่างลองไปชิมดูครับ 

การเดินทาง

จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทางสาย 107 เชียงใหม่-ฝาง เป็นเส้นทางผ่านแม่ริม แม่แตง เชียงดาว ทางแยกเข้าดอยอ่างขางมี 2 เส้นทาง คือ แยกซ้ายที่ กม.79 เป็นเส้นทางใหม่ที่ไม่ชันมากแต่ทางจะเปลี่ยวหน่อย ระยะทางจากแยกทางหลวงสาย 107 ไปจนถึงอ่างขางมีระยะทางประมาณ 50 กม.  อีกเส้นทางคือแยกที่ กม.137 มีระยะทางถึงอ่างขางประมาณ 25 กม. เป็นเส้นทางที่สั้นแต่ชันมาก รถเก๋งและรถทุกชนิดขึ้นได้ถ้าคนขับมีฝีมือ ถ้าไม่แน่ใจให้จอดรถไว้ที่วัดที่ปากทาง กม.137  หรือจอดรถไว้ที่บริเวณลานจอดรถเอกชนมีรั้วมิดชิด สถานที่รับจอดรถอยู่ตรงข้ามกับปากทางเข้าดอยอ่างขาง ค่ารถจอดคันละ 50 บาท แล้วนั่งรถสองแถวขึ้นไป หรือเหมารถขึ้นไป

ดอยอ่างขาง    ดอยอ่างขาง
สภาพเส้นทางขึ้นอ่างขางทางด้านหน้า

จากเชียงใหม่ ไม่รู้เส้นทาง คลิกดูแผนที่  ให้สังเกตุเส้นทางสาย 1249

จากแยกถนนใหญ่ แยกขึ้นดอยอ่างขาง ดูแผนที่ขึ้นดอย เลข 2 ใกล้แต่ชัน  เลข 1 ไม่ชันแต่ไกล

แผนที่ดอยอ่างขาง
ชมภาพบรรยากาสดอยอ่างขาง

    001   042   046

    004

ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้
เจอราเนียม อาซาเลีย พริมูล่า ดอกไม้ Clivia
บัว รักเร่ ทิวลิป ไอซ์แลนด์ป๊อบปี้
บัว รักเร่  ทิวลิป   ไอซ์แลนด์ป๊อบปี้  
ไอซ์แลนด์ป๊อบปี้
กุหลาบ ดอกไม้ คาลซิโอลาเรีย คาลซิโอลาเรีย
แคคตัส cacti
บีโกเนีย แคคตัส cactus Dahlia รักเร่ อาซาเลีย กุหลาบแดง

ขอขอบคุุณท่านเจ้าของภาพทุกท่านทุกหน่วยงานครับ

กลับหน้าแรก    ไปหน้า   1    3