|
|
| ดินเนอร์หรูต้องรู้ไว้ กลับหน้าแรก |
| ดินเนอร์หรูต้องรู้ไว้ ถ้าคุณได้รับเชิญไปทานอาหารค่ำสุดหรูกับหวานใจไฮโซ หรือจำเป็นต้องไปเพราะหน้าที่การงาน นอกจากต้องหาชุดสวยๆ ดูดีเพื่อสวมใส่แล้ว อีกเรื่องที่จำเป็นต้องรู้คือ มารยาทสากลบนโต๊ะอาหารแบบฉบับชาวตะวันตก ซึ่งมีอุปกรณ์สารพัดอย่าง ไม่ต้องกลัวค่ะ เรื่องนี้เตรียมตัวกันก่อนได้ 1. ถ้าไปกับหวานใจ แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาต้องทำหน้าที่เลื่อนเก้าอี้ให้คุณนั่ง บางร้านบริกรทำหน้าที่นี้ให้แต่ถ้าไม่มีใครเลย คุณก็ขยับเก้าอี้หน่อยแล้วเบี่ยงตัวนั่งจากทางซ้ายมือ 2. บนโต๊ะอาหารมีผ้าเช็ดปากวางไว้ ให้คลี่ออกแล้วพับเป็นสามเหลี่ยม วางไว้บนตัก โดยหันด้านสันเข้าหาตัว อย่าเอาผ้าเช็ดปากมาผูกหรือเหน็บไว้แถวคอเสื้อประหนึ่งผ้ากันเปื้อนเด็ดขาดค่ะ 3. เซ็ตอุปกรณ์การรับประทานอาหารนั้น ตรงกลางคือ จาน ด้านซ้ายคือส้อม ด้านขวาเป็นมีดและช้อน จำนวนมีมากกว่าหนึ่งแน่นอน อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะส่วนใหญเซ็ตอุปกรณ์จัดไว้พอดีกับอาหารแต่ละจานที่เสิร์ฟหลักการง่ายๆคือให้ใช้อุปกรณ์ที่อยู่ด้านไกลจานที่สุดก่อนแล้วค่อยๆไล่เข้ามาตามอาหารแต่ละจาน 4. ข้างหน้าคุณจะมีแก้วอย่างน้อย 3 ใบ ให้งงเล่น ใบใหญ่ที่สุดสำหรับน้ำดื่ม ต่อมาคือแก้วสำหรับไวน์แดง ใบเล็กสำหรับไวน์ขาว บางครั้งมีแก้วใบสูงอีก จำไว้ว่านั่นสำหรับแชมเปญ ถ้าไม่พิสมัยเครื่องดื่มประเภทไหน ให้คว่ำแก้วไว้ บริกรจะรู้โดยสากลว่าคุณไม่ต้องการ และอย่าลืมว่าแก้วของคุณอยู่ทางขวาเสมอค่ะ อย่าเผลอไปคว้าแก้วของคนนั่งข้างๆมาล่ะ 5. ให้ถือช้อนซุปเหมือนดินสอ ตักเข้าหรือตักออกก็ได้ เวลารับประทานนั้นให้รับประทานจากทางด้านข้างของช้อน และไม่วางช้อนซุปในถ้วยหรือบนผ้าปูโต๊ะให้วางไว้ที่จานรองซุป ช้อนส้อมและมีดที่ใช้แล้วก็เหมือนกันค่ะ ให้วางไว้บนจานเสมอ 6. บริกรเข้ามาเสิร์ฟอาหารแต่ละจานทางขวามือของคุณเสมอ และเก็บจานที่รับประทานเรียบร้อยแล้วทางซ้ายมือ รู้คิวเอาไว้ก่อนดีกว่าค่ะ จะได้เบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาได้ถูก 7. ถ้าทำผ้าเช็ดปาก หรือช้อนส้อมตก ไม่ต้องก้มไปเก็บค่ะ บอกบริกรให้รู้เขาจะนำมาเปลี่ยนใหม่ให้คุณเอง 8. อย่าเอาศอกมาวางบนโต๊ะอาหาร เพราะดูไม่สุภาพ แต่สามารถวางมือบนโต๊ะได้ แค่นี้คงพอช่วยให้คุณๆมั่นใจขึ้นว่าจะไม่ไปปล่อยไก่ตัวโตบนโต๊ะอาหารได้ แต่ถ้ายังมีเรื่องไม่แน่ใจให้สังเกตผู้ร่วมโต๊ะนั่นแหละค่ะว่าเขาทำอย่างไรกันบ้าง ........................................................................................................................................... ขอขอบคุณบทความ จากนิตยสาร กุลสตรี |